วันพฤหัสบดีที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2559

การเตรียมตัวก่อนการผ่าตัดเสริมความงาม


การเตรียมตัวก่อนการผ่าตัดเสริมความงาม

1 งดสูบบุหรี่ก่อนและหลังผ่าตัดอย่างน้อย 2 สัปดาห์ แอลกอฮอลล์อย่างน้อย 5 วัน เพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อและอาการบวมที่ยาวนานกว่าปกติ (กรณีผ่าตัดใหญ่ให้งดบุหรี่หลังผ่าตัด 1 เดือน) เสริมหน้าอก งด ฮอร์โมนอย่างน้อย 2 เดือน
2 งดยากลุ่มแอสไพริน (aspirin) หรือไอบิวโพรเฟน (ibuprofen) เช่น ยารักษาโรคไซนัส ยาแก้ไอที่มีส่วนผสมของยาดังกล่าว อย่างน้อย 2 สัปดาห์ก่อนและหลังผ่าตัดเพื่อลดอาการฟกช้ำจากปัญหาเลือดคั่งหลังการผ่าตัด หากจำเป็นให้ใช้ยาพาราเซตามอนในการแก้ปวดเท่านั้น
3 งดยา สมุนไพร และอาหารเสริมที่มีส่วนผสมของวิตามิน A และ E อย่างน้อย 10 วัน เนื่องจากทำให้เลือดหลุดไหลยาก และเป็นอุปสรรคในการทำผ่าตัด เช่น ผงชูรส กระเทียม หัวหอม ถั่วเหลือง อีฟนิงพริมโรส คลอโรฟิลด์ ยาลดความอ้วน ยาต้านอาการซึมเศร้า อัลมอนด์ แอปเปิ้ล ผลไม้ตระกูลเบอรี่ แตงกวา ขิง มะเขือเทศ
4 แจ้งประวัติการแพ้ยา อาหารเสริมที่รับประทานอยู่และโรคประจำตัว
5 ก่อนผ่าตัดไม่ควรรับประทานอิ่มจนเกินไป แต่กรณีที่ต้องใช้ยาสลบ(การผ่าตัดใหญ่)ให้งดทั้งน้ำและอาหาร 6 ชั่วโมงก่อนผ่าตัด
6 ในกรณีผ่าตัดใหญ่เช่น ทำหน้าอก ดูดไขมัน ควรหลีกเลี่ยงการผ่าตัดในช่วงมีประจำเดือน
7 ลาหยุดประมาณ 4-7 วัน และควรมีคนมาเป็นเพื่อนด้วย เนื่องจากแพทย์จะให้ยานอนหลับทำให้มีอาการมึนเมาหลังจากฟื้นจากฤทธิ์ยา
8 เตรียมอุปกรณ์ที่ใช้ในการประคบเย็น เช่น ผ้าขนหนูแช่แข็งหลายๆผืน cool pad
ที่มา: http://www.drnopparat.com/

การดูแลตนเองหลังผ่าตัดริมฝีปากกระจับ ปากบาง

การดูแลตนเองหลังผ่าตัดริมฝีปากกระจับ ปากบาง
1 ประคบเย็นทันทีรอบปากหลังการผ่าตัดเป็นเวลา 48 ชั่วโมงอย่างต่อเนื่อง โดยอุปกรณ์ที่ใช้ประคบเย็นควรเป็นวัสดุน้ำหนักเบาเช่น ใช้ผ้าขนหนูที่เปียกหมาดๆสัก 3 ผืนแช่ช่องแข็งและสลับนำมาประคบให้ต่อเนื่องที่สุด โดยประคบช่วงแก้ม หลีกเลี่ยงการประคบตรงจุดที่เป็นรอยเย็บ หากพ้นระยะ 48 ชั่วโมงแล้วให้ปล่อยไว้เฉยๆ ไม่ควรประคบร้อนหรือเย็นทั้งสิ้นเพราะอาการบวมจะมีต่อไปอีกประมาณ 4-5 วัน
2 นอนยกหัวสูงหรือนั่งหลับ 48 ชั่วโมง และตระหนักไว้ว่าอาการบวมอย่างมากช่วง 3-7 วันแรกเป็นอาการปกติ ไม่ต้องกังวลเรื่องรูปทรงปากเพราะช่วงแรกปากจะบวมมากและบวมไม่เท่ากัน การเข้าที่ของอาการบวมอาจใช้เวลา 2-3 เดือน ดังนั้นไม่ควรวิตกกังวลหรือประเมินรูปทรง
ความเป็นกระจับของริมฝีปากนั้น แพทย์จะทำให้สมดุลกับความหยักของขอบปากด้านบน ดังนั้นด้วยข้อจำกัดที่แตกต่าง ความเป็นกระจับมาก-น้อยของคนไข้แต่ละรายจึงแตกต่างกันไ
ความบางของริมฝีปากมีข้อจำกัดแตกต่างเนื่องจากการยิ้มเห็นฟันของคนไข้แต่ละรายแตกต่างกัน หากยิ้มแล้วเห็นเหงือกเยอะอยู่แล้วอาจทำริมฝีปากให้บางมากไม่ได้
3 ควรหลีกเลี่ยงอาหารรสจัด อาหารร้อน ควรทานคำเล็กเพื่อเศษอาหารจะไม่ติดที่ไหม ส่วนการทำความสะอาด สามารถแปรงฟันได้ และใช้น้ำยาบ้วนปากที่ไม่ทำให้เกิดอาการระคายเคือง หรือน้ำเกลือผสมน้ำยาบ้วนปากที่เจือจาง ตามด้วยการบ้วนน้ำเกลือเปล่าๆอีกครั้ง วันละหลายๆรอบเพื่อรักษาความชุ่มชื้นของปาก
หากมีเศษอาหารติดตามไหมสามาระใช้ syringe สูบน้ำเกลือฉีดได้ และควรเปลี่ยน syringe วันละครั้ง
4 ไหมที่ใช้เป็นไหมละลาย ไม่ต้องตัดไหม และไม่ต้องกังวลหากมีไหมค่อยๆหลุดทีละเส้นใช้เวลาประมาณ 10-14วัน ขึ้นอยู่กับความถี่ในการบ้วนน้ำเกลือและปัจจัยอืน

5 หลังจากรับประทานยาตามที่แพทย์สั่งจนหมดแล้วไม่ต้องซื้อรับประทานเองเพิ่ม ให้ทานได้เฉพาะยาแก้ปวดพาราเซตามอนเท่านั้น ในกรณีมีอาการคลื่นไส้อาเจียนมักมีสาเหตุมาจากอาการข้างเคียงจากการทานยาแก้อักเสบ Cloxacilline ให้หยุดยา หรือใช้ Amoxicilline 500mg หลังอาหาร 1 เม็ด 4 เวลา(เช้า กลางวัน เย็น ก่อนนอน) ทานยาต่อเนื่องทั้งหมด 7 วันและสามารถทานยาแก้คลื่นไส้อาเจียนได้(Domperidone)

6 ให้มาตรวจซ้ำตามใบนัด หากไม่ได้รับใบนัดให้มาตรวจซ้ำหลังผ่าตัดในช่วง 7-14 วัน
ที่มา: http://www.drnopparat.com/

การดูแลตนเองหลังผ่าตัดทำตาสองชั้น และตัดถุงใต้ตา

การดูแลตนเองหลังผ่าตัดทำตาสองชั้น และตัดถุงใต้ตา
1 ประคบเย็นทันทีหลังการผ่าตัดเป็นเวลา 48 ชั่วโมงอย่างต่อเนื่อง โดยอุปกรณ์ที่ใช้ประคบเย็นควรเป็นวัสดุน้ำหนักเบาเช่น ใช้ผ้าขนหนูที่เปียกหมาดๆสัก 3 ผืนแช่ช่องแข็งและสลับนำมาประคบให้ต่อเนื่องที่สุด โดยประคบหน้าผาก รอบๆตา ใต้ตาและสันจมูก หากพ้นระยะ 48 ชั่วโมงแล้วให้ปล่อยไว้เฉยๆ ไม่ควรประคบร้อนหรือเย็นทั้งสิ้นเพราะอาการบวมจะมีต่อไปอีกประมาณ 4-5 วัน
2 นอนยกหัวสูงหรือนั่งหลับ 48 ชั่วโมง และตระหนักไว้ว่าอาการบวมจนตาปิดหรือมีอาการฟกช้ำโดยรอบช่วง 3-7 วันแรกเป็นอาการปกติ และบางรายอาจมีอาการเลือดคั่งด้วยเช่นกันซึ่งสามารถให้แพทย์ดูดออกภายหลังได้

3 เมื่อพ้นระยะ 24 ชั่วโมงให้ดึงปลาสเตอร์ปิดตาออก ห้ามแผลโดนน้ำเด็ดขาด7 วัน ดังนั้น การทำความสะอาดหน้า 3-4 วันแรกให้ใช้สำลีหรือผ้าชุบน้ำเช็ดทั่วใบหน้าอย่าให้โดนแผลเด็ดขาด
4 ผู้เข้ารับการผ่าตัดจึงควรอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่แห้งและเย็น งดอาหารรสเผ็ดลดการเหงื่อออกจะช่วยให้แผลสะอาดแห้งไว

5 หลังจากรับประทานยาตามที่แพทย์สั่งจนหมดแล้วไม่ต้องซื้อรับประทานเองเพิ่ม ให้ทานได้เฉพาะยาแก้ปวดพาราเซตามอนเท่านั้น ในกรณีมีอาการคลื่นไส้อาเจียนมักมีสาเหตุมาจากอาการข้างเคียงจากการทานยาแก้อักเสบ Cloxacilline ให้หยุดยา หรือใช้ Amoxicilline 500mg หลังอาหาร 1 เม็ด 4 เวลา(เช้า กลางวัน เย็น ก่อนนอน) ทานยาต่อเนื่องทั้งหมด 7 วันและสามารถทานยาแก้คลื่นไส้อาเจียนได้(Domperidone)

6 ในช่วง 3-4 วันแรกคนไข้อาจมีอาการน้ำเหลืองหรือเลือดจางๆซึมออกมาจากแผลให้ปล่อยเลือดแห้งกรังไว้ได้เป็นอาการปกติ แต่ถ้าทนไม่ไหวให้ใช้คัตตอนบัดชุบเบตาดีนซับเบาๆ ในบริเวณนั้นๆ ห้ามเช็ดหรือถูแผลเด็ดขาด (อาการเหล่านี้แตกต่างกันตามรายบุคคล เช่นผู้ที่มีผิวหน้ามัน แผลจะแห้งช้ากว่า เป็นต้น)
การใช้ยารักษาแผลเป็น หลังจากแผลผ่าตัดแห้งแล้วเท่านั้นจะสามารถใช้ยารักษาแผลเป็นได้ และแต่งหน้าได้หลังผ่าตัด 7-10 วัน หลีกเลี่ยงการกรีดอายไลเนอร์และแต่งตาช่วง2-3สัปดาห์แรก หลีกเลี่ยงการใส่คอนแทคเลนส์ การขยี้ตา การยกของหนัก การใช้สายตามากๆช่วง 2-3 สัปดาห์แรกหลังผ่าตัด
7 ไม่ต้องตกใจหากมีเลือดซึมจากแผลที่เปลือกตามาแห้งกรังทั่วบริเวณจำนวนมาก และห้ามแคะแกะเกา

8 มาตรวจซ้ำตามใบนัดแพทย์ หากมีอาการผิดปกติแพทย์จะสามารถแก้ไขให้ได้ทันท่วงที สำหรับคนไข้ที่แพทย์ไม่ได้ทำการตัดไหมให้อาจเป็นเพราะแผลยังไม่แห้งสนิท ดังนั้นหากรู้สึกรำคาญสามารถให้แพทย์ท่านอื่นตัดได้
ในกรณีไม่ได้ใบนัดแพทย์ให้เข้ามาตรวจในวันที่สะดวกหลังวันผ่าตัด 7-14 วัน เช่นผ่าตัดวันที่ 1 มกราคม ให้เข้ามาตรวจซ้ำตั้งแต่วันที่ 7-14 มกราคม
9ไม่ควรส่องกระจก คาดเดารูปทรงในช่วง 2-6 สัปดาห์แรก จะทำให้คนไข้เกิดอาการวิตกกังวลในรูปทรง เนื่องจากในช่วงเวลาดังกล่าวนั้น ยังมีอาการบวมอยู่
ที่มา: http://www.drnopparat.com/

การดูแลตนเองหลังการผ่าตัดเสริมคาง

การดูแลตนเองหลังการผ่าตัดเสริมคาง
1 ประคบเย็นทันทีหลังการผ่าตัดเป็นเวลา 48 ชั่วโมงอย่างต่อเนื่อง โดยอุปกรณ์ที่ใช้ประคบเย็นควรเป็นวัสดุน้ำหนักเบาเช่น ใช้ผ้าขนหนูที่เปียกหมาดๆสัก 3 ผืนแช่ช่องแข็งและสลับนำมาประคบให้ต่อเนื่องที่สุด หลีกเลี่ยงการกดแรงๆตรงจุดที่มีซิลิโคนอยู่ หากพ้นระยะ 48 ชั่วโมงแล้วให้ปล่อยไว้เฉยๆ ไม่ควรประคบร้อนหรือเย็นทั้งสิ้นเพราะอาการบวมจะมีต่อไปอีกประมาณ 4-5 
วัน
2 นอนยกหัวสูงหรือนั่งหลับ 48 ชั่วโมง และตระหนักไว้ว่าอาการบวมอย่างมากช่วง 3-4 วันแรกเป็นอาการปกติ และช่วง1-2เดือนแรกยังไม่ต้องอารมณ์เสียกับคางที่ใหญ่เกินไปเพราะยังมีอาการบวมอยู
3 การผ่าตัดคางจะผ่าจากด้านในปาก ทำให้มีแผลในปาก ดังนั้นควรหลีกเลี่ยงอาหารรสจัด อาหารร้อน ของหมักดอง อาหารที่ต้องใช้แรงเคี้ยวในช่วงแรก ส่วนการทำความสะอาดให้บ้วนปากด้วยน้ำยาบ้วนปากที่ไม่ทำให้เกิดอาการแสบ หรือน้ำเกลือผสมน้ำยาบ้วนปากที่เจือจาง ตามด้วยการบ้วนน้ำเกลือเปล่าๆอีก1ครั้ง ในช่วง 3-4 วันแรก หากต้องการแปรงฟันสามารถใช้ยาสีฟันที่ไม่ทำให้เกิดอาการแสบได้ตั้งแต่วันแรกหลังผ่าตัด
ไม่ควรใช้ลิ้นดุนไหมในปากเล่น
4 หลังจากรับประทานยาตามที่แพทย์สั่งจนหมดแล้วไม่ต้องซื้อรับประทานเองเพิ่ม ให้ทานได้เฉพาะยาแก้ปวดพาราเซตามอนเท่านั้น ในกรณีมีอาการคลื่นไส้อาเจียนมักมีสาเหตุมาจากอาการข้างเคียงจากการทานยาแก้อักเสบ Cloxacilline ให้หยุดยา หรือใช้ Amoxicilline 500mg หลังอาหาร 1 เม็ด 4 เวลา(เช้า กลางวัน เย็น ก่อนนอน) ทานยาต่อเนื่องทั้งหมด 7 วันและสามารถทานยาแก้คลื่นไส้อาเจียนได้(Domperidone)
5 วันที่ 4 หลังการผ่าตัดให้แกะเฝือกที่ติดคางออก(แกะเฝือกเป็นกรณีแผลใน)ได้โดยใช้น้ำอุ่นช่วยในการลูบเบาๆให้พลาสเตอร์ค่อยๆลอกออก
6 ต้องมาตรวจซ้ำตามใบนัดแพทย์ หากมีอาการเอียงแพทย์จะสามารถใช้มือดัดแก้ไขให้ตรงได้ทันเวลา แต่หากไม่มาอาจต้องแก้ไขด้วยการผ่าตัด
ในกรณีไม่ได้ใบนัดแพทย์ให้เข้ามาตรวจในวันที่สะดวกหลังวันผ่าตัด 7-14 วัน เช่นผ่าตัดวันที่ 1 มกราคม ให้เข้ามาตรวจซ้ำตั้งแต่วันที่ 7-14 มกราคม
7 ไม่ควรคาดเดารูปทรงในช่วง 2-6 สัปดาห์แรก จะทำให้คนไข้เกิดอาการวิตกกังวลในรูปทรง เนื่องจากในช่วงเวลาดังกล่าวนั้น ยังมีอาการบวมอยู่
ที่มา: http://www.drnopparat.com/

ข้อควรปฎิบัติหลังฉีดโบท็อก


ข้อควรปฎิบัติหลังฉีดโบท็อก
1 หลังฉีด ทันที ไม่ควรจับ ลูกคลำ หรือนวดบริเวณที่ฉีด เพราะอาจมีผลต่อการกระจายตัวของตัวยา
2 ภายใน 4 ชั่วโมง หลังฉีดใหม่ๆ ยังไม่ควรไปนอนราบ หรือนอนตะแคง เพราะในช่วง 4 ชั่วโมงแรก เป็นช่วงการซึมของยาเข้ากล้ามเนื้อ ถ้านอนตะแคงจะทำให้การกระจายตัวของยาผิดจากตำแหน่งที่แพทย์คาดการณ์ไว้ได้ เมื่อเลย 4 ชั่วโมงไปแล้ว สามารถนอน หรือตะแคงได้ตามปกติ
3 ภายใน 4 ชั่วโมงแรก หลังฉีดโบท๊อกซ์ มีความสำคัญมากๆ ต้องบริหารกล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีดบ่อยๆ เพื่อให้ตัวยาซึมเข้าสู่กล้ามเนื้อที่ต้องการให้ออกฤทธิ์มากที่สุด เช่น ฉีดหางตา ควรยิ้มบ่อยๆ ฉีดหน้าผากควรยักคิ้วบ่อยๆ หรือฉีดกรามควรเคี้ยวหมากฝรั่ง 15-30 นาที่ หรือ 4 ชั่วโมง ตามดุลยพินิจแพทย์
4 ภายใน 2 สัปดาห์แรก ควรงดการเข้าอบไอน้ำ อบซาวน่า ยิงเลเซอร์ ทำ RF หรือ ไอออนโตที่หน้า เพราะความร้อนเฉพาะจุดเป็นเวลานานอาจส่งผลต่อโบท๊อกซ์ได้ใน 2 สัปดาห์แรกความร้อนที่สามารถโดนได้คือ ไดร์เป่าผม อาบน้ำอุ่น (งดบริเวณที่ฉีด โบท๊อกซ์) และโดนแสงแดดที่ไม่แรงจ้าเกินไปได้ตามปกติ
5 หลังฉีดแต่งหน้า ทาแป้ง ทาครีมได้ตามปกติ เมื่อผ่านไป 1 สัปดาห์สามารถทำ Treatment ได้ตามปกติ (ยกเว้น Laser, RF และ Ionto ต้องรอ 2 สัปดาห์)
6 สำหรับการฉีดโบท๊อกซ์ที่กล้ามเนื้อมัดใหญ่ เช่น กล้ามเนื้อกราม และน่อง ตัวยาจะเริ่มออกฤทธิ์ภายใน 2-4 สัปดาห์ ดังนั้น ช่วงแรกๆ อาจยังไม่เห็นการเปลี่ยนแปลง ฤทธิ์ยาจะมีผลสูงสุดในช่วง 4-8 สัปดาห์ (1-2 เดือน) และจะหมดฤทธิ์เมื่อครบเวลา 4-6 เดือน หรืออาจจะนานกว่านี้ กรณีที่ฉีดโบท๊อกซ์อย่างต่อเนื่องเป็นประจำ ดังนั้นถ้าจะให้เห็นผลในการลดขนาดกล้ามเนื้อกรามและน่องอย่างมีประสิทธิภาพควรฉีดต่อเนื่องกันทุก 4-6 เดือน ประมาณ 3-4 ครั้ง เมื่อหยุดฉีดขาดกล้ามเนื้อจะเปลี่ยนไปจนสังเกตได้
7 ใน 2 วันแรก งดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะแอลกอฮอล์ จะเพิ่มระบบการไหลเวียนของเลือด และจะเป็นการล้างยาโบท๊อกที่ฉีดไป
8หลังฉีดสามารถรับประทานอาหาร ออกกำลังกาย และใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ
9 กรณีที่มีอาการข้างเคียง ตามรายการด้านล่างให้ปฏิบัติตามข้อแนะนำแพทย์ดังนี้
หลังฉีดอาจมีรอยเข็มแดงๆ ในบริเวณที่ฉีด จะหายเองภายใน 1 วัน อาจบวมเฉพาะจุดเล็กน้อยได้ และค่อยๆ ยุบลงภายใน 2-3 ชั่วโมง
10 อาจเกิดรอยเขียวช้ำได้เล็กน้อย มักเจอในคนที่รับประทานยาละลายลิ่มเลือด, Aspirin หรือ วิตามิน E/ อาหารเสริมบางชนิด เช่น Fish oil, Primrose อยู่ด้วย ซึ่งรอยเขียวช้ำจะค่อยๆ จางลงภายใน 1 สัปดาห์ ดังนั้น ช่วงแรกสามารถทาแป้ง, Concealer หรือรองพื้น ปกปิดบริเวณที่เขียวช้ำไว้ก่อนได้
11 สำหรับการฉีดโบท๊อกซ์ที่กล้ามเนื้อมัดเล็ก ได้แก่ หน้าผาก หางตา ระหว่างคิ้ว ตัวยาจะเริ่มออกฤทธิ์ ภายใน 3-7 วัน กรณีฉีดหลายๆ ต่ำแหน่งพร้อมกันอาจทำให้มีการตาแห้ง ตามัวเล็กน้อย ยักคิ้วได้ยาก ขมวดคิ้วได้ยากในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก และจะค่อยๆ ดีขึ้นเองจนเป็นธรรมชาติในสัปดาห์ที่ 3-4
ที่มา: http://www.drnopparat.com/

การดูแลตัวเองหลังร้อยไหม


การดูแลตัวเองหลังร้อยไหม

รับประทานยาแก้อักเสบ ในช่วงสัปดาห์แรกหลังจากร้อยไหม ควรรับประทานยาแก้อักเสบ หรือยาฆ่าเชื้อ เพื่อช่วยให้บรรเทาอาการบวมแดงและลดการอักเสบติดเชื้อของแผล
1 ประคบเย็นลดอาการบวม สำหรับใครที่แผลช้ำ หรือมีอาการบวมมากเป็นพิเศษ อาจนำน้ำแข็งห่อผ้าแล้วประคบบริเวณที่ร้อยไหมทุก ๆ 4 ชั่วโมง ร่วมกับการรับประทานยาลดบวม
2ไม่ถูหน้า หรือล้างหน้าแรง ๆ สิ่งสำคัญที่ควรระวังมากเป็นพิเศษคือ การทำความสะอาดหน้า รวมถึงการสัมผัสผิวหน้าในช่วงเดือนแรก ทางที่ดีควรหลีกเลี่ยงการล้างหน้าแบบลูบ หรือถูหน้าแรง ๆ โดยเด็ดขาด เพื่อป้องกันไม่ให้เส้นไหมเคลื่อนตัวหรือบิดเบี้ยว
3 งดกิจกรรมเสริมความงามเกี่ยวกับผิวหน้า ไม่ว่าจะเป็นการทำทรีทเม้นท์ เลเซอร์ นวดหน้า ขัดผิวต่าง ๆ รวมถึงการอบไอน้ำ อบซาวน่า และการทำศัลยกรรมประเภทอื่น ๆ ในช่วง 2 สัปดาห์แรก เพราะอาจทำให้แผลเสี่ยงต่อการอักเสบจนอาจทำให้เกิดการติดเชื้อลุกลามในอนาคต
4 หลีกเลี่ยงการนอนคว่ำ เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดการกดทับแผลบริเวณที่ทำการร้อยไหม ควรนอนหงายแทนการนอนคว่ำและการนอนตะแคงก่อนในช่วงเดือนแรก
5 งดอาหารแสลง และตัวยาบางชนิด ได้แก่ อาหารทะเล ของหมักดอง เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และกลุ่มยาแอสไพริน วิตามินอี น้ำมันสกัดบางชนิด ซึ่งมีสรรพคุณทำให้เลือดหยุดไหลช้า และทำให้เกิดแผลฟกช้ำได้ง่า
6 พบแพทย์ทันทีเมื่อมีอาการผิดปกติ ในกรณีของคนที่มีอาการอักเสบบวม มีอาการปวดแผลติดต่อกันหลายวัน หรือเส้นไหมโผล่ออกมา แนะนำว่าไม่ควรรอดูอาการ หรือทำการตัดไหมออกเองโดยเด็ดขาด ให้รีบไปพบแพทย์ทันที เพื่อทำการตรวจรักษาตามอาการอย่างทันท่วงที
ที่มา: http://www.drnopparat.com/

ร้อยไหมที่ อธิษฐ์ คลินิก หมอเอ้ โคราช


ร้อยไหมเพื่อ

ปรับหน้าวีเชพ แก้หนังตาตก ยกคิ้ว ยกมุมปาก ลดร่องแก้ม ลดเหนียงใต้คาง ยกกรอบหน้า ลดริ้วรอยที่หน้า คอ หางตา ไหมธรรมดา ไหมเกลียว ไหมเงี่ยง/ก้างปลางดร้อยไหม วันพุธ พฤหัสครับ
โปรโมชั้นสุดคุ้ามหน้าเรียวหน้าวีเชพ
 โปรโมชั้นสุดคุ้ามหน้าเรียวหน้าวีเชพ