แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การดูแลตัวเอง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การดูแลตัวเอง แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2559

การดูแลตนเองหลังผ่าตัดริมฝีปากกระจับ ปากบาง

การดูแลตนเองหลังผ่าตัดริมฝีปากกระจับ ปากบาง
1 ประคบเย็นทันทีรอบปากหลังการผ่าตัดเป็นเวลา 48 ชั่วโมงอย่างต่อเนื่อง โดยอุปกรณ์ที่ใช้ประคบเย็นควรเป็นวัสดุน้ำหนักเบาเช่น ใช้ผ้าขนหนูที่เปียกหมาดๆสัก 3 ผืนแช่ช่องแข็งและสลับนำมาประคบให้ต่อเนื่องที่สุด โดยประคบช่วงแก้ม หลีกเลี่ยงการประคบตรงจุดที่เป็นรอยเย็บ หากพ้นระยะ 48 ชั่วโมงแล้วให้ปล่อยไว้เฉยๆ ไม่ควรประคบร้อนหรือเย็นทั้งสิ้นเพราะอาการบวมจะมีต่อไปอีกประมาณ 4-5 วัน
2 นอนยกหัวสูงหรือนั่งหลับ 48 ชั่วโมง และตระหนักไว้ว่าอาการบวมอย่างมากช่วง 3-7 วันแรกเป็นอาการปกติ ไม่ต้องกังวลเรื่องรูปทรงปากเพราะช่วงแรกปากจะบวมมากและบวมไม่เท่ากัน การเข้าที่ของอาการบวมอาจใช้เวลา 2-3 เดือน ดังนั้นไม่ควรวิตกกังวลหรือประเมินรูปทรง
ความเป็นกระจับของริมฝีปากนั้น แพทย์จะทำให้สมดุลกับความหยักของขอบปากด้านบน ดังนั้นด้วยข้อจำกัดที่แตกต่าง ความเป็นกระจับมาก-น้อยของคนไข้แต่ละรายจึงแตกต่างกันไ
ความบางของริมฝีปากมีข้อจำกัดแตกต่างเนื่องจากการยิ้มเห็นฟันของคนไข้แต่ละรายแตกต่างกัน หากยิ้มแล้วเห็นเหงือกเยอะอยู่แล้วอาจทำริมฝีปากให้บางมากไม่ได้
3 ควรหลีกเลี่ยงอาหารรสจัด อาหารร้อน ควรทานคำเล็กเพื่อเศษอาหารจะไม่ติดที่ไหม ส่วนการทำความสะอาด สามารถแปรงฟันได้ และใช้น้ำยาบ้วนปากที่ไม่ทำให้เกิดอาการระคายเคือง หรือน้ำเกลือผสมน้ำยาบ้วนปากที่เจือจาง ตามด้วยการบ้วนน้ำเกลือเปล่าๆอีกครั้ง วันละหลายๆรอบเพื่อรักษาความชุ่มชื้นของปาก
หากมีเศษอาหารติดตามไหมสามาระใช้ syringe สูบน้ำเกลือฉีดได้ และควรเปลี่ยน syringe วันละครั้ง
4 ไหมที่ใช้เป็นไหมละลาย ไม่ต้องตัดไหม และไม่ต้องกังวลหากมีไหมค่อยๆหลุดทีละเส้นใช้เวลาประมาณ 10-14วัน ขึ้นอยู่กับความถี่ในการบ้วนน้ำเกลือและปัจจัยอืน

5 หลังจากรับประทานยาตามที่แพทย์สั่งจนหมดแล้วไม่ต้องซื้อรับประทานเองเพิ่ม ให้ทานได้เฉพาะยาแก้ปวดพาราเซตามอนเท่านั้น ในกรณีมีอาการคลื่นไส้อาเจียนมักมีสาเหตุมาจากอาการข้างเคียงจากการทานยาแก้อักเสบ Cloxacilline ให้หยุดยา หรือใช้ Amoxicilline 500mg หลังอาหาร 1 เม็ด 4 เวลา(เช้า กลางวัน เย็น ก่อนนอน) ทานยาต่อเนื่องทั้งหมด 7 วันและสามารถทานยาแก้คลื่นไส้อาเจียนได้(Domperidone)

6 ให้มาตรวจซ้ำตามใบนัด หากไม่ได้รับใบนัดให้มาตรวจซ้ำหลังผ่าตัดในช่วง 7-14 วัน
ที่มา: http://www.drnopparat.com/

การดูแลตนเองหลังผ่าตัดทำตาสองชั้น และตัดถุงใต้ตา

การดูแลตนเองหลังผ่าตัดทำตาสองชั้น และตัดถุงใต้ตา
1 ประคบเย็นทันทีหลังการผ่าตัดเป็นเวลา 48 ชั่วโมงอย่างต่อเนื่อง โดยอุปกรณ์ที่ใช้ประคบเย็นควรเป็นวัสดุน้ำหนักเบาเช่น ใช้ผ้าขนหนูที่เปียกหมาดๆสัก 3 ผืนแช่ช่องแข็งและสลับนำมาประคบให้ต่อเนื่องที่สุด โดยประคบหน้าผาก รอบๆตา ใต้ตาและสันจมูก หากพ้นระยะ 48 ชั่วโมงแล้วให้ปล่อยไว้เฉยๆ ไม่ควรประคบร้อนหรือเย็นทั้งสิ้นเพราะอาการบวมจะมีต่อไปอีกประมาณ 4-5 วัน
2 นอนยกหัวสูงหรือนั่งหลับ 48 ชั่วโมง และตระหนักไว้ว่าอาการบวมจนตาปิดหรือมีอาการฟกช้ำโดยรอบช่วง 3-7 วันแรกเป็นอาการปกติ และบางรายอาจมีอาการเลือดคั่งด้วยเช่นกันซึ่งสามารถให้แพทย์ดูดออกภายหลังได้

3 เมื่อพ้นระยะ 24 ชั่วโมงให้ดึงปลาสเตอร์ปิดตาออก ห้ามแผลโดนน้ำเด็ดขาด7 วัน ดังนั้น การทำความสะอาดหน้า 3-4 วันแรกให้ใช้สำลีหรือผ้าชุบน้ำเช็ดทั่วใบหน้าอย่าให้โดนแผลเด็ดขาด
4 ผู้เข้ารับการผ่าตัดจึงควรอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่แห้งและเย็น งดอาหารรสเผ็ดลดการเหงื่อออกจะช่วยให้แผลสะอาดแห้งไว

5 หลังจากรับประทานยาตามที่แพทย์สั่งจนหมดแล้วไม่ต้องซื้อรับประทานเองเพิ่ม ให้ทานได้เฉพาะยาแก้ปวดพาราเซตามอนเท่านั้น ในกรณีมีอาการคลื่นไส้อาเจียนมักมีสาเหตุมาจากอาการข้างเคียงจากการทานยาแก้อักเสบ Cloxacilline ให้หยุดยา หรือใช้ Amoxicilline 500mg หลังอาหาร 1 เม็ด 4 เวลา(เช้า กลางวัน เย็น ก่อนนอน) ทานยาต่อเนื่องทั้งหมด 7 วันและสามารถทานยาแก้คลื่นไส้อาเจียนได้(Domperidone)

6 ในช่วง 3-4 วันแรกคนไข้อาจมีอาการน้ำเหลืองหรือเลือดจางๆซึมออกมาจากแผลให้ปล่อยเลือดแห้งกรังไว้ได้เป็นอาการปกติ แต่ถ้าทนไม่ไหวให้ใช้คัตตอนบัดชุบเบตาดีนซับเบาๆ ในบริเวณนั้นๆ ห้ามเช็ดหรือถูแผลเด็ดขาด (อาการเหล่านี้แตกต่างกันตามรายบุคคล เช่นผู้ที่มีผิวหน้ามัน แผลจะแห้งช้ากว่า เป็นต้น)
การใช้ยารักษาแผลเป็น หลังจากแผลผ่าตัดแห้งแล้วเท่านั้นจะสามารถใช้ยารักษาแผลเป็นได้ และแต่งหน้าได้หลังผ่าตัด 7-10 วัน หลีกเลี่ยงการกรีดอายไลเนอร์และแต่งตาช่วง2-3สัปดาห์แรก หลีกเลี่ยงการใส่คอนแทคเลนส์ การขยี้ตา การยกของหนัก การใช้สายตามากๆช่วง 2-3 สัปดาห์แรกหลังผ่าตัด
7 ไม่ต้องตกใจหากมีเลือดซึมจากแผลที่เปลือกตามาแห้งกรังทั่วบริเวณจำนวนมาก และห้ามแคะแกะเกา

8 มาตรวจซ้ำตามใบนัดแพทย์ หากมีอาการผิดปกติแพทย์จะสามารถแก้ไขให้ได้ทันท่วงที สำหรับคนไข้ที่แพทย์ไม่ได้ทำการตัดไหมให้อาจเป็นเพราะแผลยังไม่แห้งสนิท ดังนั้นหากรู้สึกรำคาญสามารถให้แพทย์ท่านอื่นตัดได้
ในกรณีไม่ได้ใบนัดแพทย์ให้เข้ามาตรวจในวันที่สะดวกหลังวันผ่าตัด 7-14 วัน เช่นผ่าตัดวันที่ 1 มกราคม ให้เข้ามาตรวจซ้ำตั้งแต่วันที่ 7-14 มกราคม
9ไม่ควรส่องกระจก คาดเดารูปทรงในช่วง 2-6 สัปดาห์แรก จะทำให้คนไข้เกิดอาการวิตกกังวลในรูปทรง เนื่องจากในช่วงเวลาดังกล่าวนั้น ยังมีอาการบวมอยู่
ที่มา: http://www.drnopparat.com/

การดูแลตนเองหลังการผ่าตัดเสริมคาง

การดูแลตนเองหลังการผ่าตัดเสริมคาง
1 ประคบเย็นทันทีหลังการผ่าตัดเป็นเวลา 48 ชั่วโมงอย่างต่อเนื่อง โดยอุปกรณ์ที่ใช้ประคบเย็นควรเป็นวัสดุน้ำหนักเบาเช่น ใช้ผ้าขนหนูที่เปียกหมาดๆสัก 3 ผืนแช่ช่องแข็งและสลับนำมาประคบให้ต่อเนื่องที่สุด หลีกเลี่ยงการกดแรงๆตรงจุดที่มีซิลิโคนอยู่ หากพ้นระยะ 48 ชั่วโมงแล้วให้ปล่อยไว้เฉยๆ ไม่ควรประคบร้อนหรือเย็นทั้งสิ้นเพราะอาการบวมจะมีต่อไปอีกประมาณ 4-5 
วัน
2 นอนยกหัวสูงหรือนั่งหลับ 48 ชั่วโมง และตระหนักไว้ว่าอาการบวมอย่างมากช่วง 3-4 วันแรกเป็นอาการปกติ และช่วง1-2เดือนแรกยังไม่ต้องอารมณ์เสียกับคางที่ใหญ่เกินไปเพราะยังมีอาการบวมอยู
3 การผ่าตัดคางจะผ่าจากด้านในปาก ทำให้มีแผลในปาก ดังนั้นควรหลีกเลี่ยงอาหารรสจัด อาหารร้อน ของหมักดอง อาหารที่ต้องใช้แรงเคี้ยวในช่วงแรก ส่วนการทำความสะอาดให้บ้วนปากด้วยน้ำยาบ้วนปากที่ไม่ทำให้เกิดอาการแสบ หรือน้ำเกลือผสมน้ำยาบ้วนปากที่เจือจาง ตามด้วยการบ้วนน้ำเกลือเปล่าๆอีก1ครั้ง ในช่วง 3-4 วันแรก หากต้องการแปรงฟันสามารถใช้ยาสีฟันที่ไม่ทำให้เกิดอาการแสบได้ตั้งแต่วันแรกหลังผ่าตัด
ไม่ควรใช้ลิ้นดุนไหมในปากเล่น
4 หลังจากรับประทานยาตามที่แพทย์สั่งจนหมดแล้วไม่ต้องซื้อรับประทานเองเพิ่ม ให้ทานได้เฉพาะยาแก้ปวดพาราเซตามอนเท่านั้น ในกรณีมีอาการคลื่นไส้อาเจียนมักมีสาเหตุมาจากอาการข้างเคียงจากการทานยาแก้อักเสบ Cloxacilline ให้หยุดยา หรือใช้ Amoxicilline 500mg หลังอาหาร 1 เม็ด 4 เวลา(เช้า กลางวัน เย็น ก่อนนอน) ทานยาต่อเนื่องทั้งหมด 7 วันและสามารถทานยาแก้คลื่นไส้อาเจียนได้(Domperidone)
5 วันที่ 4 หลังการผ่าตัดให้แกะเฝือกที่ติดคางออก(แกะเฝือกเป็นกรณีแผลใน)ได้โดยใช้น้ำอุ่นช่วยในการลูบเบาๆให้พลาสเตอร์ค่อยๆลอกออก
6 ต้องมาตรวจซ้ำตามใบนัดแพทย์ หากมีอาการเอียงแพทย์จะสามารถใช้มือดัดแก้ไขให้ตรงได้ทันเวลา แต่หากไม่มาอาจต้องแก้ไขด้วยการผ่าตัด
ในกรณีไม่ได้ใบนัดแพทย์ให้เข้ามาตรวจในวันที่สะดวกหลังวันผ่าตัด 7-14 วัน เช่นผ่าตัดวันที่ 1 มกราคม ให้เข้ามาตรวจซ้ำตั้งแต่วันที่ 7-14 มกราคม
7 ไม่ควรคาดเดารูปทรงในช่วง 2-6 สัปดาห์แรก จะทำให้คนไข้เกิดอาการวิตกกังวลในรูปทรง เนื่องจากในช่วงเวลาดังกล่าวนั้น ยังมีอาการบวมอยู่
ที่มา: http://www.drnopparat.com/

การดูแลตัวเองหลังร้อยไหม


การดูแลตัวเองหลังร้อยไหม

รับประทานยาแก้อักเสบ ในช่วงสัปดาห์แรกหลังจากร้อยไหม ควรรับประทานยาแก้อักเสบ หรือยาฆ่าเชื้อ เพื่อช่วยให้บรรเทาอาการบวมแดงและลดการอักเสบติดเชื้อของแผล
1 ประคบเย็นลดอาการบวม สำหรับใครที่แผลช้ำ หรือมีอาการบวมมากเป็นพิเศษ อาจนำน้ำแข็งห่อผ้าแล้วประคบบริเวณที่ร้อยไหมทุก ๆ 4 ชั่วโมง ร่วมกับการรับประทานยาลดบวม
2ไม่ถูหน้า หรือล้างหน้าแรง ๆ สิ่งสำคัญที่ควรระวังมากเป็นพิเศษคือ การทำความสะอาดหน้า รวมถึงการสัมผัสผิวหน้าในช่วงเดือนแรก ทางที่ดีควรหลีกเลี่ยงการล้างหน้าแบบลูบ หรือถูหน้าแรง ๆ โดยเด็ดขาด เพื่อป้องกันไม่ให้เส้นไหมเคลื่อนตัวหรือบิดเบี้ยว
3 งดกิจกรรมเสริมความงามเกี่ยวกับผิวหน้า ไม่ว่าจะเป็นการทำทรีทเม้นท์ เลเซอร์ นวดหน้า ขัดผิวต่าง ๆ รวมถึงการอบไอน้ำ อบซาวน่า และการทำศัลยกรรมประเภทอื่น ๆ ในช่วง 2 สัปดาห์แรก เพราะอาจทำให้แผลเสี่ยงต่อการอักเสบจนอาจทำให้เกิดการติดเชื้อลุกลามในอนาคต
4 หลีกเลี่ยงการนอนคว่ำ เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดการกดทับแผลบริเวณที่ทำการร้อยไหม ควรนอนหงายแทนการนอนคว่ำและการนอนตะแคงก่อนในช่วงเดือนแรก
5 งดอาหารแสลง และตัวยาบางชนิด ได้แก่ อาหารทะเล ของหมักดอง เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และกลุ่มยาแอสไพริน วิตามินอี น้ำมันสกัดบางชนิด ซึ่งมีสรรพคุณทำให้เลือดหยุดไหลช้า และทำให้เกิดแผลฟกช้ำได้ง่า
6 พบแพทย์ทันทีเมื่อมีอาการผิดปกติ ในกรณีของคนที่มีอาการอักเสบบวม มีอาการปวดแผลติดต่อกันหลายวัน หรือเส้นไหมโผล่ออกมา แนะนำว่าไม่ควรรอดูอาการ หรือทำการตัดไหมออกเองโดยเด็ดขาด ให้รีบไปพบแพทย์ทันที เพื่อทำการตรวจรักษาตามอาการอย่างทันท่วงที
ที่มา: http://www.drnopparat.com/

ร้อยไหมที่ อธิษฐ์ คลินิก หมอเอ้ โคราช


ร้อยไหมเพื่อ

ปรับหน้าวีเชพ แก้หนังตาตก ยกคิ้ว ยกมุมปาก ลดร่องแก้ม ลดเหนียงใต้คาง ยกกรอบหน้า ลดริ้วรอยที่หน้า คอ หางตา ไหมธรรมดา ไหมเกลียว ไหมเงี่ยง/ก้างปลางดร้อยไหม วันพุธ พฤหัสครับ
โปรโมชั้นสุดคุ้ามหน้าเรียวหน้าวีเชพ
 โปรโมชั้นสุดคุ้ามหน้าเรียวหน้าวีเชพ

ข้อแนะนำหลังการทำ Meso(ทุกชนิด)บริเวณใบหน้า

ข้อแนะนำหลังการทำ Meso(ทุกชนิด)บริเวณใบหน้า

– ห้ามออกแดดหลังการทำเสร็จใหม่ๆ และห้ามโดนแดดแรงๆหลังจากทำเป็นเวลา 2 วัน
– ห้ามล้างหน้า 4 - 6 ชม. เพื่อให้ผิวดูดตัวยาที่ยังอยู่บนชั้นผิว
– หลังจากครบกำหนด ให้ล้างหน้าและลงครีมได้ปรกติ(แต่ให้เน้นใช้ครีมที่มีส่วนผสมของวิตามิน ทาแบบจัดหนักได้เลยหรือใช้แผ่นมามาร์คหน้าที่เป็นแบบวิตามินซี เพราะช่วงนี้หน้ากำลังดูดซึมได้ดีเยี่ยม ห้ามใช้ครีมจำพวก Whitening หรือครีมหน้าขาวต่างๆ (ใช้ได้แต่ครีมบำรุงที่มีวิตามิน)
ที่มา: http://www.drnopparat.com/

ทำเมโสต่วงๆได้ที่  Athit Clinic โคราช

เมโสหน้าขาวใส, เมโสแฟตลดไขมัน,   หลุมสิวและเดอมาฟิก, ผลักวิตามิน cool bright,    ย่น,คลื่นแสง   , เมโสปลูกผม(ศีรษะล้าน) เมโสผิวแตกลาย, เมโส สเต็มเซลล์ คืนความอ่อนเยาว์,เมโสรอยสิว, เมโสหลุมสิว, เมโสลอกฝ้า, เมโสหน้าฉ่ำ ชุ่มชื่น, เมโสมาเด้, เมโส X-DNA อสุจิปลาแซลมอน

การดูแลตนเองหลังการผ่าคัดเสริมจมูก

การดูแลตนเองหลังการผ่าคัดเสริมจมูก แก้ไขจมูก และตัดปีกจมูก

1 ประคบเย็นทันทีหลังการผ่าตัดเป็นเวลา 48 ชั่วโมงอย่างต่อเนื่อง เช่น ใช้เจลแพ็คหรือผ้าขนหนูที่เปียกหมาดๆสัก 3 ผืนแช่ช่องแข็งและสลับนำมาประคบให้ต่อเนื่องที่สุด โดยประคบบนจมูก หน้าผาก และบริเวณรอบๆ หลังจากนั้นไม่จำเป็นต้อง
ประคบต่อ อาการบวมจะมีต่อไปอีกประมาณ 4-14 วัน
2 นอนยกหัวสูงหรือนั่งหลับ 48 ชั่วโมง และตระหนักไว้ว่าอาการบวมจนตาปิดช่วง 3-4 วันแรกเป็นอาการปกติ และช่วง 8 วันแรกยังไม่ต้องอารมณ์เสียกับรูปทรงจมูกเพราะอาการบวมยังมีมากอยู่จนไม่อาจทราบทรงจมูกที่แท้จริงได้ อาการบวมช้ำจะยาวนานแตกต่างกันไปในแต่ละรายช่วง 4-14 วัน ไม่ต้องวิตกกังวลและไม่ควรส่องกระจกประเมินทรงจมูกในช่วงแรก

3 ห้ามแผลผ่าตัดโดนน้ำ 7 วัน(กรณีที่มีการผ่าตัดกระดูกอ่อนหลังหูด้วย ห้ามแผลหลังหูโดนน้ำ 7 วัน) ดังนั้น การทำความสะอาดหน้า 3-4 วันแรกให้ใช้กระดาษซับมัน หลังจากนั้นใช้สำลีชุบน้ำอุ่นเช็ดทั่วใบหน้า หลีกเลี่ยงการกระทบกระทั่งบริเวณดั้งจมูก

4 ผู้เข้ารับการผ่าตัดจึงควรอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่แห้งและเย็น หลีกเลี่ยงฝุ่นที่เป็นสาเหตุให้แพ้อากาศ หากมีน้ำมูกให้รีบทานยาแก้แพ้ทันที หลีกเลี่ยงการไอ จาม และสั่งน้ำมูก

5 หลังจากรับประทานยาตามที่แพทย์สั่งจนหมดแล้วไม่ต้องซื้อรับประทานเองเพิ่ม ให้ทานได้เฉพาะยาแก้ปวดพาราเซตามอนเท่านั้น ในกรณีมีอาการคลื่นไส้อาเจียนมักมีสาเหตุมาจากอาการข้างเคียงจากการทานยาแก้อักเสบ Cloxacilline ให้หยุดยา หรือใช้ Amoxicilline 500mg หลังอาหาร 1 เม็ด 4 เวลา(เช้า กลางวัน เย็น ก่อนนอน) ทานยาต่อเนื่องทั้งหมด 7 วันและสามารถทานยาแก้คลื่นไส้อาเจียนได้(Domperidone)

6 วันที่ 4 หลังการผ่าตัดให้แกะเฝือกที่ติดจมูกออกได้โดยใช้น้ำอุ่นลูบเบาๆเพื่อให้กาวละลายและลื่น ซึ่งอาจใช้เวลานานพอสมควร

แล้วจะค่อยๆยุบลง โดยช่วงหัวตาจะยุบช้าที่สุด ดังนั้นหากรู้สึกว่าหัวตาดูโตไม่ต้องกังวล
7 ในช่วง 3-4 วันแรกคนไข้อาจมีอาการน้ำเหลืองหรือเลือดจางๆซึมออกมาจากแผล ให้ใช้คัตตอนบัดซับเบาๆ และแต้มเบตาดีนเบาๆ ในบริเวณที่มีน้ำเหลืองซึมออกมา ห้ามเช็ดหรือถูโดยเด็ดขาด แต่ทางที่ดีควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสแผลในทุกกรณี ส่วนอาการเจ็บปวดบริเวณแผลในช่วง 2-3 สัปดาห์แรกเป็นอาการปกติ อาจเกิดขึ้นได้ในบางราย
8 วันหลังจากแผลผ่าตัดแห้งแล้วเท่านั้นจะสามารถใช้ยารักษาแผลเป็นได้ สามารถเริ่มใช้ได้ตั้งแต่วันที่ 10-14 หลังวันที่ผ่าตัด
9 ในกรณีตัดปีกจมูก คนไข้ไม่ต้องตกใจหากแผลมีอาการแฉะ สามารถกดและซับบริเวณที่แฉะ และแต้มเบาเบาด้วยไม้พันสำลีชุบเบตาดีนครั้งเดียวเท่านั้นและปล่อยให้แผลแห้ง ห้ามเช็ดหรือถูโดยเด็ดขาด (ไม่ควรใช้เบตาดีนบ่อย ทางที่ดีควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสแผลในทุกกรณี ควรปล่อยให้แผลแห้งตามธรรมชาติ)

10 ต้องมาตรวจซ้ำตามใบนัด หากมีอาการเอียงแพทย์จะสามารถใช้มือดัดแก้ไขให้ตรงได้ทันเวลา หากมีปัญหาแล้วไม่มาตามนัดอาจไม่สามารถแก้ไขได้ สำหรับคนไข้ที่แพทย์ไม่ได้ทำการตัดไหมให้อาจเป็นเพราะแผลยังไม่แห้งสนิท ดังนั้นหากรู้สึกรำคาญสามารถให้แพทย์ท่านอื่นตัดได้
ในกรณีไม่ได้ใบนัดแพทย์ให้เข้ามาตรวจในวันที่สะดวกหลังวันผ่าตัด 7-14 วัน เช่นผ่าตัดวันที่ 1 มกราคม ให้เข้ามาตรวจซ้ำตั้งแต่วันที่ 7-14 มกราคม
หากตัดปีกจมูกควรมาตัดไหม 7 วันหลังวันผ่าตัด และหลังจากตัดไหมหากมีไหมโผล่ออกมาสามารถเข้ามาตัดได้

11 รับประทานอาหารอ่อนๆในช่วง 3-4 วันแรก เพื่อหลีกเลี่ยงการกระแทกและขยับเขยื้อนของจมูก รวมไปถึงอาหารรสเผ็ดที่จะทำให้มีน้ำมูกไหลได้
12 กรณีหลังการตัดไหมยังพบเส้นไหมอยู่สามารถตัดเองได้เลย (ไม่ควรใช้การดึง)

13 ไม่ควรคาดเดารูปทรงในช่วง 2-6 สัปดาห์แรก จะทำให้คนไข้เกิดอาการวิตกกังวลในรูปทรง เนื่องจากในช่วงเวลาดังกล่าวนั้น ยังมีอาการบวมอยู่
ที่มา: http://www.drnopparat.com/

เสริมจมูกที่ Athit Clinic หมอเอ้ โคราช

การดูแลตัวเองหลังการทำเมโสแฟต

เมโสแฟต ลดไขมันเฉาะส่วน

เมโสเฟตคือการฉีดตัวยาเข้าไปในตำแหน่งที่ต้องการให้ไขมันแตกตัวออกแล้วดูดกลับเข้าระบบน้ำเลือดน้ำเหลืองเพื่อให้ได้ผลดีจึงควรดื่มน้ำมาก

ตัวยาจะใช้ของอย่างดีได้มาตรฐานยานำเข้าจากประเทศสเปน
ตัวยาแบ่งเป็น2ชนิด
1.ฉีดบริเวณหน้าจะไม่เจ็บไม่ปวดไม่บวม
2.ฉีดบริเวณแขนขาและลำตัว จะมีอาการเมื่อยๆและตึงๆนิด 2-3วันจะหายไปเอง
ปริมาณการฉีด
หน้า 6 ml.
แขน2ข้าง 6 ml.
หน้าท้อง 12 ml.
ต้นขา2ข้าง 12 ml.
น่อง2ข้าง 12 ml.
ควรฉีดต่อเนื่องสัปดาห์ละ1ครั้ง
ตอบคำถามที่พบบ่อย
1.จะลดลงตั้งแต่ครั้งแรก เพื่อให้ได้ผลที่ชัดเจนแนะนำทำครบคอร์ส 6ครั้ง
2. ควรฉีดต่อเนื่องสัปดาห์ละ1ครั้ง
3.จะลดลงได้มากขนาดไหนขึ้นกับการปฏิบัติตัวเป็นหลัก การฉีดตัวยาคือการไปสลายไขมันเก่า แต่ถ้ารับประทานมากไม่ควบคุมอาหารของใหม่จะมาสะสมเพิ่มได้
การออกกำลังกายในส่วนที่ฉีดร่วมด้วยจะทำให้เห็นผลชัดเจนมากยิ่งขึ้น
ปกติเมื่อทำครบคอร์ส แขนจะลดได้6-8 cm. ขาและน่องจะลดได้ 10-15 cm. หน้าท้อง 15- 25 cm.
ข้อควรปฏิบัติหลัง
1. เมโสแฟต ควรดื่มน้ำวันละอย่างน้อย 2 ลิตร เพราะไขมันเหลวที่โดนสลายด้วยการฉีดสลายไขมันจะถูกขับออกทางปัสสาวะเป็นส่วนใหญ่ ดังนั้นการดื่มน้ำมากๆ จะช่วยขับไขมันส่วนเกินที่สลายให้ออกจากร่างกายได้มากขึ้น
2. ช่วงที่เว้นการฉีดยาสลายไขมัน แนะนำให้ทำ RF เพื่อช่วยรีดไขมันออกจากร่างกายเร็วขึ้น และทำให้กล้ามเนื้อกระชับได้มากขึ้น ลดการหย่อนคล้อยหลังฉีด นอกจากนี้อาจจะเสริมด้วยการฉีดสลายไขมันด้วยเครื่อง Slimming Machine และการอบสลายไขมันด้วยตู้อินฟาเรด
3. เมโส อาจจะพบอาการบวมซ้ำ หรืออาการเจ็บปวดบ้างเล็กน้อย ขณะที่ทำและหลังทำ 1-3 วัน ดังนั้นควรเลียงการ เขาอบซาวน่า การนวด การดิ่มอัลกอฮอล์ หรือการทำทรีทเม้นท์ใดๆ หลังทำประมาณ 1 อาทิตย์ เพื่อลดการฟกซ้ำให้น้อยลง
4. ควรเดินออกกำลังกายเบาๆ หลังทำ เช่น การเดินเร็ว โยคะ แอโรบิค อย่างน้อยวันละ 30-45 นาที อาทิตย์ละ 2-3 ครั้ง เพื่อให้กล้ามเนื้อกระชับและรีดไขมันให้ออกจากร่างกายเร็วขึ้น ลดการสะสมของไขมันใหม่
5. เปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานอาหาร เพื่อควบคุมน้ำหนัก และไขมันส่วนเกินมิให้กลับมาสะสมได้อีก เพราะการสลายไขมันด้วยการฉีดยาไร้ประโยชน์ ถ้าไม่ปรับพฤติกรรมการรับประทานอาหาร และมีวินัยในการควบคุมน้ำหนักให้มากขึ้น ฉีดสลายไขมัน

โปรโมชั่นการทำเมโสแฟตที่ Athit Clinic คลิกรูปเพื่อขยายดูราคาโปรโมชั่น


ข้อห้ามในการทำ

1.อายุน้อยกว่า 18 ปี

2.สตรีมีครรภ์ หรือภาวะให้นมบุตร

3.คนไข้โรคเบาหวานที่ต้องฉีดอินซูลินเป็นประจำ

4.คนไข้ที่มีประวัติโรคระบบหลอดเลือดผิดปกติในสมอง เช่น เส้นเลือดสมองตีบ หรืออุดตัน

5.คนไข้ที่มีประวัติโรคหัวใจ และทำการรักษาด้วยยาหลายขนา
6.คนไข้ที่มีโรคติดเชื้อ หรือ คนไข้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง